วัคซีนอีกหนึ่งทางเลือกของการป้องกันโควิด-19

สถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ในประเทศไทยในตอนนี้ หากจะเรียกว่าอยู่ใน ‘ขั้นวิกฤต’ ก็คงได้ เพราะสถิติใหม่ ณ วันนี้ (2 กรกฎาคม 2564) มีสติติดเชื้อโควิดใหม่จำนวนกว่า 6 พันคน และยอดผู้ติดเชื้อรายวัน 61 ราย ทำให้ในตอนนี้ประเทศไทยมียอดผู้ติดเชื้อระลอกใหม่ มากกว่าระลอกก่อน ๆ ที่ผ่านมา

ด้วยเหตุผลนี้จึงทำให้หลาย ๆ ฝ่ายต้องเร่งนำเข้าวัคซีนโควิด ทั้งจากภาครัฐและภาคเอกชน เพื่อให้ประชาชนในประเทศไทยได้ฉีดวัคซีนครบตามจำนวน ทั้งนี้ก็เพื่อเป็นการเพิ่มการป้องกัน และลดความเสี่ยงต่อการติดเชื้อโควิด-19

7 โรคที่ต้องฉีดวัคซีนโควิดมีอะไร ทำไมจึงต้องเป็นคนกลุ่มนี้
7 โรคที่ต้องฉีดวัคซีนโควิดมีอะไร ทำไมจึงต้องเป็นคนกลุ่มนี้

ทำไมวัคซีนโควิดจึงเป็นทางเลือก ที่ไม่ได้เลือก?

และหากพูดถึงการฉีดวัคซีนโควิดในตอนนี้ ก็ถือเป็นอีกเรื่องที่สร้างความหนักใจให้กับประชาชนอยู่ไม่น้อย เพราะจำนวนของวัคซีนที่นำเข้า ไม่เพียงพอต่อจำนวนของประชาชนในประเทศ อีกทั้งทางเลือกของวัคซีนยัง ‘มีน้อย’ กล่าวคือ ในส่วนของวัคซีนที่รัฐบาลนำเข้า ที่เป็นตัวของวัคซีนที่ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย ปัจจุบันมีเพียงแค่ 2 ยี่ห้อ คือ AstraZeneca และ Sinovac เท่านั้น

วัคซีนอีกหนึ่งทางเลือกของการป้องกันโควิด-19
วัคซีนอีกหนึ่งทางเลือกของการป้องกันโควิด-19

ที่สำคัญยังเป็นวัคซีนที่ประชาชน ‘ไม่สามารถเลือกได้’ เพราะทางสถานพยาบาลที่รับผิดชอบ จะทำการฉีดวัคซีนและคัดกรองวัดซีนให้มีความเหมาะสมกับร่างกายแต่ละคนแทน แต่สำหรับคนที่มีกำลังจ่ายรัฐบาลอนุญาตให้นำเข้าวัคซีนยี่ห้อที่ไม่ซ้ำกับรัฐบาลได้ แต่แน่นอนเลยว่าราคาของวัคซีนทางเลือก คือ วัคซีนโมเดอร์นาก็มาพร้อมกับค่าใช้จ่ายที่แพงมาก (สำหรับบางคน)

ซึ่งเรื่องนี้หลายคนมองว่าเป็นความผิดพลาดของรัฐบาล ที่นอกจากจะตรวจเชิงรุกในจำนวนที่น้อยมากแล้ว ยังจัดสรรวัคซีนมาไม่ตรงกับความต้องการ อีกทั้งยังเป็นตัววัคซีนที่มีประสิทธิภาพในการป้องกันน้อย แถมยังมีราคาสูงกว่าวัคซีนคุณภาพดีตัวอื่น ๆ

ทำไมวัคซีนโควิดจึงเป็นทางเลือก ที่ไม่ได้เลือก?
ทำไมวัคซีนโควิดจึงเป็นทางเลือก ที่ไม่ได้เลือก?

คนกลุ่มใดบางที่ควรได้รับวัคซีนโควิด-19 โดยด่วน

แต่ถึงอย่างไรเพื่อเป็นความสบายใจและเพื่อป้องกันตัวเองในระดับหนึ่ง คนส่วนใหญ่จึงยอมที่จะฉีดวัคซีนให้ครบทั้ง 2 โดส เพื่อใช้เป็นใบเบิกทางสำหรับการเดินทางข้ามจังหวัดในอนาคต รวมไปถึงตัววัคซีน AstraZeneca ให้ผลลัพธ์ที่ดีกับผู้สูงอายุ นั่นจึงกลายเป็นเหตุผลที่น่าสนใจเลยทีเดียว

นอกจากนี้แล้ว AstraZeneca ยังให้ผลลัพธ์ที่ดีกับผู้ป่วยบางโรคที่เป็นโรคเรื้อรังแต่ไม่ติดต่อ ดังนั้นเพราะถือว่าจัดอยู่ในกลุ่มเสี่ยงที่หากร่างกายได้รับเชื้อโควิด-19 แล้ว จะส่งผลอันตรายร้ายแรงถึงขั้นเสียชีวิตได้มากกว่าผู้ติดเชื้อที่ไม่ได้ป่วยเป็นโรคดังกล่าว ซึ่ง 7 โรคที่ต้องฉีดวัคซีนโควิด มีดังนี้

  1. ผู้ป่วยโรคปอด และโรคทางเดินหายใจเรื้อรัง : โควิด-19 มีผลกระทบต่อทางเดินหายใจ และจะไปกระตุ้นโรคร้ายแรงอื่น ๆ จนทำให้อาการป่วยกำเริบหนักขึ้น
  2. ผู้ป่วยโรคหัวใจและหลอดเลือด : ผู้ป่วยกลุ่มนี้หากติดเชื้อโควิด-19 อาจเกิดหัวใจวายหรือภาวะที่ทำให้หัวใจล้มเหลมได้
  3. ผู้ป่วยโรคไตเรื้อรัง : สำหรับผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังในระดับ 3 ถึง 5 จะเป็นผู้ป่วยที่รักษาด้วยการฟอกเลือดและเปลี่ยนถ่ายไต ดังนั้นจึงทำให้มีภูมิคุ้มกันต่ำกว่าคนทั่วไป และติดเชื้อได้ง่ายมากกว่า
  4. ผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง
  5. ผู้ป่วยโรคมะเร็งทุกชนิด : ที่อยู่ในระหว่างการให้เคมีบำบัด รังสีบำบัด และภูมิคุ้มกันบำบัด
  6. ผู้ป่วยโรคเบาหวาน : เบาหวานทุกชนิด ไปจนถึงเบาหวานขณะตั้งครรภ์ เนื่องผู้ป่วยโรคนี้จะควบคุมระดับน้ำตาลได้ไม่ดี ทำให้เกิดโรคแทรกซ้อนอื่น ๆ ได้ง่าย อีกทั้งยังส่งผลทำให้โรคเจริญเติบโตได้ดีในภาวะดังกล่าวอีกด้วย
  7. ผู้ป่วยโรคอ้วน : ผู้ป่วยโรคนี้มักมีโรคประจำตัวเรื้อรังอื่น ๆ ที่ก่อให้เกิดความเสี่ยงต่อการติดเชื้อ
คนกลุ่มใดบางที่ควรได้รับวัคซีนโควิด-19 โดยด่วน
คนกลุ่มใดบางที่ควรได้รับวัคซีนโควิด-19 โดยด่วน

ที่สำคัญก่อนการเข้ารับวัคซีนทุกครั้งคุณจำเป็นต้องปฏิบัติตามข้อแนะนำของสถานพยาบาลอย่างเคร่งครัด เพื่อให้ร่างกายสามารถสร้างภูมิคุ้มกันได้ดี และเพื่อไม่ให้เกิดผลข้างเคียง หรือเกิดน้อยมากที่สุด ที่สำคัญแม้คุณจะฉีดวัคซีนจนครบแล้ว ก็ยังจำเป็นต้องปฏิบัติตามมาตรการอื่น ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการสวมหน้ากากอนามัย หรือหากมีอาการที่เสี่ยงต่อการเป็นโควิดก็สามารถเลือกใช้บริการตรวจโควิดหรือบริการตรวจโควิดที่บ้านก็ได้เช่นกัน เพราะวัคซีนเป็นเพียงการสร้างภูมิคุ้มกันเท่านั้น ไม่ใช่ยารักษาที่จะทำให้โรคหายขาด

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *